
ยังงงๆ อยู่ไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรมาอัพดี ก็นึกได้ว่าเพิ่งดูการ์ตูนเรื่อง Ponyo ไป ก็มีอะไรให้เล่าเหมือนกันนี่หว่า... อิๆ
ก่อนหน้านี้ถ้าเราชวนใครไปดู Ponyo พร้อมกับเปิดหนังสือให้ดูรูปภาพของ Ponyo แล้วล่ะก็ ทุกคนจะต้องถามเป็นเสียงเดียวกันว่า "นั่นมานตัวอะไรน่ะ!?" พอเราตอบว่าปอนโยเป็นนางเงือก ทุกคนก็ทำหน้าตกใจกันหมดเลย ฮิๆ แหมก็ตัวกลมป้อมหัวแดงซะขนาดนั้น
แล้วพอบอกว่าไปดูกันเถอะ ทุกคนก็จะบอกปัดว่าฉันไม่ดูหนังเด็กไปเสียทุกครั้ง สุดท้ายก็เลยไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรง แต่ได้ดูจากดีวีดีแทน แล้วพอดูก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังกับผลงานล่าสุดของสตูดิโอจิบลิเลย ยังคงเป็นหนังที่ดูสนุก ตื่่นเต้น และดูสมจริงจนเกือบลืมไปเลยว่าเป็นการ์ตูน โดยเฉพาะฉากทะเลพิโรธนั้น บอกตรงๆ ว่า่น่ากลัว อาจทำให้เด็กเล็กๆ ฝันร้ายได้เลยหละ
อะนิเมะเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องล้อกับนิทานคลาสสิกเรื่อง The Little Mermaid เพื่อนๆ คงงงๆ ว่า อ้าว แล้วจะเอามาทำเป็นหนังทำไม ก็คนเขารู้เรื่องเงือกน้อยกันหมดแล้วไม่ใช่เรอะ จริงอยู่ว่าพล็อตเรื่องโดยหลักๆ นั้นเล่าล้อกับนิทานเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด เช่น ปอนโยเป็นปลาทองแสนซุกซนอาศัยอยู่ในทะเล วันดีคืนดีก็ได้มีโอกาสขึ้นมายังโลกมนุษย์ แล้วก็ได้พบกับเด็กชายชื่อ "โซซึเกะ" ซึ่งกลายมาเป็นเพื่อนกัน และทำให้ปอนโยดิ้นรนอยากเป็นมนุษย์เพื่อจะได้ไปอยู่กับโซซึเกะ แต่แก่นเรื่องโดยแท้จริงกลับเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาิติอันเป็นธีมถนัดของสตูดิโอจิบลิเสียมากกว่า

ปลาทองปอนโย่นั้น เมื่อตอนที่อยู่บนบกได้กินเลือดของโซซึเกะเข้าไปโดยบังเอิญ ทำให้มีแขนขางอกออกมาเหมือนมนุษย์ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าปอนโยจะกลายร่างเป็นเงือกสาวสวยงามเหมือนอย่างที่เราเคยอ่านในนิทาน เพราะจริงๆ ระหว่างกลายร่างนั้น ปอนโยกลับดูเหมือนกบหรือลูกเจี๊ยบหน้าตาน่าเกลียดเสียมากกว่า... (ความคิดเห็นส่วนตัว)
ปอนโยถูกพ่อ (ซึ่งในทีนี้มีคาร์แรคเตอร์พิลึกกึกกือเหมือนพี่จอห์นนี่ เด๊ป) ขังไว้ในฟองอากาศไม่ให้กลับขึ้นไปยังโลกมนุษย์ แต่ได้พี่ๆ น้องๆ ปลาทองซึ่งทุกตัวมีหน้าตาเหมือนกันหมด ช่วยให้ออกมาได้ ในฉากนี้เอง ภาพพี่ๆ น้องๆ ของปอนโยนับร้อยๆ พันๆ ตัวที่กลุ้มรุมฟองอากาศอยู่มองดูเหมือนลูกอ๊อดไม่มีผิด (อันนี้ก็ความคิดเห็นส่วนตัวอีก)
ุปอนโยที่กลายร่างเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 5 ขวบได้หนีขึ้นไปบนโลกมนุษย์อีกครั้ง และครั้งนี้เธอเกือบจะพาความพินาศมาด้วย เพราะเมื่อเงือกอย่างเธอขึ้นมาอยู่บนโลกมนุษย์ ก็ทำให้ท้องทะเลเสียสมดุล เกิดเป็นคลื่นลมแรง ซึ่งในฉากเหล่านี้ผู้กำกับได้แฝงคำอธิบายถึงปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอย่างสึนามิไว้ได้อย่างชาญฉลาด และก็เป็นส่วนที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของหนังเรื่องนี้ด้วย ภาพท้องทะเลสีดำมืด พระจันทร์ที่เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกจนเห็นเป็นดวงโต ลูกคลื่นที่โผนทะยานสูงขึ้นๆ ดูราวกับสัตว์ประหลาด คลื่นลมครื้นครั่นจนทำให้เรือแทบอับปาง
ในฉากที่เรือของพ่อโซซึเกะถูกพัดมารวมกับเรือลำอื่นๆ ที่จอดนิ่งเสมือนไร้ชีวิตจิตใจอยู่บนท้องทะเลสีดำนั้น ให้ภาพเช่นเดียวกับซากเรือปีศาจและชวนให้นึกถึงวรรณกรรมเรื่อง The Ancient Mariner ที่คนเรือได้ทำบาปโดยฆ่านกอัลบาทรอสไม่มีผิด
แต่ก่อนที่หนังทั้งเรื่องจะฉุดเราลงสู่ความมืดหม่นยิ่งกว่านี้ การปรากฎตัวของ "เธอผู้นั้น" ก็ทำให้โทนของเรื่องซอฟท์ลงโดยทันที เธอพลิ้วมากับระลอกคลื่น จุดประกายแสงสว่างให้กับท้องทะเลอันมืดมิด และทำให้ทุกสิ่งคืนสู่สมดุล ...เธอคือแม่ของปอนโย่!!!
ขอไม่บอกว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร จริงๆ คนอ่านก็คงเดาได้อยู่แล้ว แต่ต้องขอบอกว่าหนังเรื่องนี้งดงามในความเรียบง่ายทว่าเต็มไปด้วยจินตนาการอย่างแท้จริง ภาพของหมู่บ้านริมชายทะเลคงเป็นสถานที่ในฝันของใครหลายคน ที่คิดว่าในชีวิตอยากจะไปเที่ยวที่อย่างนี้บ้าง แต่ก็คงไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เพราะไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า!!???
ภาพความใสซื่อของเด็กน้อยอย่างโซซึเกะที่ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลง ก็ทำให้พวกเราคิดได้ว่าแท้จริงแ้ล้วเรื่องบางอย่างก็อาจไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรเลย... หากเรามองดูด้วยหัวใจของเด็ก และเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ประทับใจกับฉากที่่พ่อซึ่งกำลังออกเรือสื่อสารกับแม่และโซซึเกะด้วยไฟฉาย เป็นการใช้รหัสสั้นๆ แทนคำพูดที่อยู่ในใจ แต่บอกอะไรได้มากมาย เชื่อว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้นี่เองที่ทำให้หนังของจิบลิไม่เพียงเป็นอะนิเมะ แต่ว่ายังเป็นภาพสะท้อนของชีวิตด้วย
การ์ตูนเรื่อง Ponyo กำกับโดยผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ พ่อมดแห่งสตูดิโอจิบลิ และลาโรงในเืมืองไทยไปแล้วเมื่อราวเดือนกันยายนที่ผ่านมา
-- Copyright By Ketto --
ป.ล.ขออภัยหากบทความนี้มีข้อผิดพลาด เพื่อนๆ ที่สนใจภาพยนตร์ก็เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ที่นี่นะคะ ^ ^
